[โปรดอ่าน] เรื่อง การให้เครดิตแก่เจ้าของผลงาน
สวัสดีค่ะ ขณะที่กำลังเขียนอยู่นี่ ข้าน้อยกำลังรบราฆ่าฟันอยู่กับบทความจำนวน 2500 คำ หากจะว่ากันที่เนื้อเรื่องล่ะก็ มันเสร็จแล้วค่ะ แต่ปัญหาที่กำลังประสบคือเรื่อง "การอ้างอิง" ส่วนอ้างอิงมันจะทำให้ข้อความเกินค่ะ แถมตอนนี้มั่วซั่วไปหมดเลย..........ว่า ด้วยการ "อ้างอิง" หรือ "ให้เครดิต" มันเป็นปัญหาที่ข้าน้อยไม่ค่อยประสบนักในประเทศไทยค่ ะ เพราะเวลาทำรายงาน ข้าน้อยเคยชินแต่เขียนบรรณานุกรม กับฟุ๊ตโน๊ต แบบสบายๆ ไม่เคยได้เขียนอ้างอิงแบบละเอียดเท่าใดนัก แต่สำหรับที่มหาวิทยาลัยที่กำลังเรียนขณะนี้ การเขียนฟุ๊ตโน้ตอ้างอิงนั้นเป็นเรื่องสำคัญมากๆ
ในวงการวิชาการบ้านเราแล้ว เด็กๆตั้งแต่ชั้นประถม มัธยม หรือนักศึกษามหาวิทยาลัย ก็ดูจะไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการให้เครดิต หรือการอ้างอิงนัก ( แต่ระดับปริญญาโทขึ้นไ ปไม่น่าจะมีปัญหาค่ะ ) จะเรียกว่า "สังคม" ไม่ค่อยให้ความใส่ใจจะดีเสียกว่า
ทำไม จึงพูดเช่นนี้น่ะหรือ นั่นก็เพราะ หากเราดูในเรื่องของ "งานเขียน" บนสื่ออินเตอร์เนต ไม่ว่าจะเป็นงานแปล งานศิลปะ บทความ ผู้คนก็ไม่ค่อยจะให้เครดิตผู้เป็นเจ้าของงานนัก มันจะมีปัญหา "การละเมิดลิขสิทธิ์" ออกมาอยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจากเวปไซด์ชื่อดังใดๆก็ตาม และทุกครั้งเมื่อพาดพิงถึงเรื่องของการให้เครดิต ก็มักจะเบี่ยงประเด็นไปต่างๆนาๆ ทั้งๆที่วัตถุประสงค์ของการให้เครดิตจริงๆนั้นมีดังน ี้ค่ะ
1 . เพื่อให้เกียรติเจ้าของงาน
ไม่ เกี่ยงว่าคุณจะนำชื่อเขามาไว้ก่อนหรือหลัง แต่ต้องเขียนระบุให้ชัดเจน ในกรณีที่ไม่ทราบเจ้าของ ให้ระบุที่มาว่ามาจากเวปไซด์ไหน วันที่เท่าไหร่
2. เพื่อตรวจสอบความผิดพลาด
เพราะ ตัวเรานั้นอาจให้ข้อมูลที่ผิดพลาด ผู้อ่านก็จะสามารถกลับไปตรวจสอบได้ ในขณะเดียวกันก็เป็นการป้องกันตนเองว่า หากต้นข้อมูลพลาด เราที่เป็นคนคัดลอกมาก็จะมีข้อแก้ตัวให้กับตนเอง
3. เคารพผู้อ่าน ผู้ดู หรือผู้ชม
จะ ได้ทราบว่าเขากำลังอ่านงานของใคร ออริจินอลคือที่ไหน ผู้แปล ผู้เขียน หรือผู้วาดสร้างสรรค์มาได้อย่างไร การไม่ใส่เครดิตเท่ากับเรากำลัง "ดูถูก" ว่าคนเข้ามาชมผลงานเป็นคนที่หลอกง่ายนะคะ
4 . สร้างจิตสำนึกในการอยู่ร่วมกันในสังคม อย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย
เพื่อสร้างเครือข่ายของข้อมูล และชิ้นงานที่เชื่อมโยงกัน ให้ง่ายแก่การสาวไปถึงต้นสายของ "ข้อมูล"
ไม่นานมานี้ได้เข้าไปอ่านบทสนทนาโต้ตอบความเห็นจากเว ปไซด์หนึ่ง ซึ่งก็เป็นกรณีของการ "ก๊อปปี้งานแปล" แล้วก็ถกเถียงกันว่า หากคนๆหนึ่งนำงานของเจ้าของในภาษาอื่นมาแปลเป็นภาษาไ ทยโดยมิได้รับอนุญาตถือว่าผิดล่ะก็ งั้นคนที่ก๊อปปี้งานเขามาอีกทอดจะผิดไหม???
คำตอบ ตามหลักกฎหมายอาญาคือ "ผิดค่ะ" ไม่ว่าจะลักมากี่ทอดก็ตาม คนที่เอามาก็ผิดอยู่ดี อย่าลืมสิคะว่า ผู้แปล นั้นมีลิขสิทธิ์ในงานแปลอยู่ เขามีสิทธิจะให้ใครก็ได้นำบทแปลของเขาไป ไม่ใช่ว่าจะมาอ้างกันอย่าง "ขอไปที" เช่นนั้นได้นะคะ
เหมือน กับที่ข้าน้อยเคยอธิบายไปในกรณีแฟนฟิค ในเอนทรี่ของกรณีก๊อปปี้แฟนฟิค Blessing of Moon ว่าแม้ผู้แต่งแฟนฟิคผิดต่อเจ้าของเรื่องที่ยืมตัวละค รมาใช้ แต่ผู้แต่งก็มีลิขสิทธิ์ครอบถ้วนในส่วนเนื้อหาของแฟน ฟิคนะคะ
ดัง นั้น หากคิดจะนำ "แฟนอาร์ต" "แฟนฟิค" "โดจินแปล" "ผลงานวิชาการ" "บทพูด" "ความคิด" ฯลฯ ของใครก็ตามไปใช้ล่ะก็ แม้จะเพียงน้อยนิด ก็จำเป็นต้อง "ให้เครดิต" เจ้าของงานนะคะ ได้โปรดอย่าได้คิดอะไรง่ายดายทำนองว่า "โจรลักของโจรไม่ผิด" นะคะ เพราะนั่นจะผิดเจตนาของกฎหมายบ้านเมืองค่ะ
ใช่ ว่าตัวข้าน้อยจะไม่เคยทำผิด เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยมีที่ข้าน้อยผลิตแฟนฟิคออกไปสอ งเรื่อง และเมื่อตนเองนึกขึ้นได้ก็ปรากฏว่าไม่ได้เขียนว่าเป็ นแฟนฟิครีบอร์นไปบนปก หนังสือ นั่นก็คือข้าน้อยทำผิดต่ออ.อามาโนะผู้เขียนรีบอร์นเช ่นกัน หรือสมัยก่อนที่นำรูปงานแฟนอาร์ตมาทำเฮดบล็อค โดยไม่ให้เครดิต นั่นก็ผิดอีกเช่นกันค่ะ ( หากถามถึงเฮดบล็อกตอนนี้ล่ะก็ ข้าน้อยถ่ายรูปนี้มาเองค่ะ )
การลืมให้เครดิตจะไม่ใช่ เรื่องใหญ่ค่ะ หากผู้อื่นรู้อยู่แล้วว่า " เราไม่ใช่เจ้าของ" แต่ถ้า "ไม่รู้" ล่ะคะ งานแปลบนอินเตอร์เนต แฟนฟิค แฟนอาร์ท ปกติจะมากันหลายทอด จนเจ้าของผลงานถูกลืม และบุคคลที่สาม "แอบอ้างเป็นเจ้าของ" ในกรณีคงจะเป็นเรื่องใหญ่ใช่มั้ยล่ะคะ เพราะไม่มีใครหรอกค่ะที่อยากถูกแอบอ้าง
ท่านผู้อ่านคงจะงง ว่า ตอนแรกมางานวิชาการ ไหงมาออกเรื่อง งานบนอินเตอร์เนต มันดูเหมือนคนละเรื่อง แต่จริงๆ "เป็นเรื่องเดียวกัน" ค่ะ การสร้างนิสัยเขียนงานวิชาการ หรือเขียนบทความที่ดี ต้องมาจากการสร้าง "ลักษณะนิสัย" ของการ "เคยชินกับการให้เครดิต" หากวันนี้ไม่แม้แต่ให้เครดิต "ชื่อคน" "ชื่อเวปไซด์" แล้ววันหน้า คิดหรือคะว่าเราจะทำฟุ๊ตโน๊ต หรือบรรณานุกรมที่ละเอียด และคงความเคารพเจ้าของต้นฉบับไว้ได้
ดังนั้นแล้วตั้งแต่ตอนนี้ มาเริ่ม "ให้เครดิต" เจ้าของผลงานกันเถอะนะคะ
เครดิต By : http://ruk21us.exteen.com/20090223/entry
และส่วนมากข้าน้อยก็จะให้ เครดิต กับเจ้าของกระทู้ นั่น ๆ ที่ข้าน้อยได้หยิบยืมเค้าเอามาลงให้ทุก ๆ ท่าน อ่านกัน แล้วเจ้าค่ะ อันนี้สมควรจะให้เป็นอย่างยิ่ง หุหุ กระทู้นี้ผมขอบ่นละกัน อิอิอิอิ
1. เนื่องจากว่าผมก็เล่นกล้องถึงปมจะเรียน ID ก็เถอะ ไอ้เรื่อง reference รูปเนี่ยตามความเป็นจริงแล้วรูปที่ไม่มีคำว่า copyright แล้วชื่อผู้ถ่ายติดอยู่ชัดเจนบนรูปถือว่าไม่สามารถเอาผิดได้ถ้าเราไม่ใส่ reference แล้วนำรูปมาใช้แล้วไม่บอกเจ้าของ แต่มหาลัยก็ยังจะต้องการ source ให้ได้เชื่อมันจิงๆ {:10_486:}
2. จิงๆแล้วมันก็มีวืธี reference แปลกๆหลายแบบ เช่น SMS ก็สามารถให้เป็น reference ได้ซึ่งผมก็เคยทำไปกวนครูทีนึงโดยให้เพื่อนส่ง SMS เกี่ยวกีบเรื่องที่ทำมา 555+ ด้วยความหมั่นใส่ ครูก็เรียกไปคุย นี้มันอะไร ผมก็บอกไป SMS reference ครูมันมองหน้าแล้วบอก ได้ที่ไหน SMS เอามาเป็น reference ได้ยังไงผมเลยเดินไปหยิบหนังสือ reference มาโชวให้เขาดูแล้วสื่งที่เห็นคือผมทำถูกทุกอย่างตามแบบฉบับ Harvard University 5555+
สะใจ {:10_514:}{:10_514:}{:10_514:}{:10_514:}
[ปล. ผมเรียน ป ตรีที่ออสเตรเลีย ม ผมใช้ reference แบบเดียวกับ harvard]
หน้า:
[1]